MKT Team
ถ้าถามว่าชิ้นส่วนใดในรถ เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุด เราหลายคนคงจะนึกถึงเครื่องยนต์ที่มันจะเป็นหัวใจในการขับขี่ เพราะถ้าไม่มีเครื่องยนต์ รถก็คงขับเคลื่อนไม่ได้ ที่จะว่าไปก็ถูกต้องแล้ว แต่ชีวิตเรายามขับขี่นั้น เชื่อหรือไม่ว่ามีหลายคนไม่ใส่ใจในชิ้นส่วนที่ดูแลง่ายอย่าง ยางรถยนต์ ที่อาจนำคุณไปสู่อุบัติเหตุ หลายคนไม่รู้ว่ายางสำคัญและปัจจุบันยางรถยนต์นั้น จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษา โดยเฉพาะลมยางที่จำเป็นต้องเติมเข้าไปให้สม่ำเสอเพื่อการขับขี่ที่ดีที่สุดยามคุณเดินทาง กับรถยนต์คู่ใจ ลมยางนั้น เป็นอากาศที่ใช้ในการเติมเข้าไปในยางเพื่อให้ยางมีความแข็งเพียงพอที่จะให้หน้าสัมผัสของยางทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ที่มันจะช่วยคุณในการเกาะถนน ไปจนถึงการเบรค ที่สามารถทำได้อย่างมั่นใจ ในยามที่ชีวิตของคุณนั้นไม่มีอะไรพึ่งได้นอกจาก ล้อทั้ง 4 ที่ใช้ในการทรงตัว และยางคือจุดหลักในการรับแรงสัมผัส แรงเสียดสีบนถนน เมื่อคุณทำการเบรกรถของคุณ

โดยปกติแล้ว เราควรตรวจสอบลมยางทุกๆ 2 สัปดาห์ในการใช้งานรถ เพื่อให้ลมยางสม่ำเสมอ เท่ากันทุกล้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยคุณป้องกันอุบัติเหตุด้วยไปในตัว เนื่องจากลมยางที่อ่อนนั้นจะทำให้ให้เนื้อยางถูกบดไปกับถนนมากเกินไปเป็นที่มาของความร้อนและท้ายสุด ยางระเบิด ทั้งๆที่ ยังไม่สิ้นอายุไขของยางเส้นนั้นๆ ทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุอีกด้วยจริงอยู่การเติมลมยางอาจเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่ใครก็รู้ และปัจจุบันก็ทำได้ง่ายยิ่ง ไม่ว่าคุณจะใช้เด็กปั้ม หรือลงไปเติมด้วยตัวเอง ด้วยตู้เติมลมอัตโนมัติ ซึ่งการเติมลมยางนี่ก็มีต้องมีเทคนิคในการเติม และทำได้ง่ายเพียงต้องเรียนรู้บางอย่าง

1.รู้ค่าลมที่ยางรับได้สูงสุด การเติมลมยางนั้น ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า ยางนั้นมีค่าลมยางสูงสุดที่รับได้เท่าไร ซึ่งถ้าคุณเปลี่ยนยางจากสแตนดาร์ดโรงงาน ก็อ่านค่าได้ง่ายๆ เพียงดูที่แก้มยาง ที่จะมีระบุไว้ให้อย่างชัดเจน และคุณต้องไม่เติมลมเกินกว่าเลขจำนวนนั้น เพราะ ถ้าคุณเติมลมมากเกินไปก็เสี่ยงต่อยางระเบิด เนื่องจาก เมื่อรถวิ่งอากาศภายในจะมีการขยายตัวจากความร้อนที่เกิดขึ้น และถ้าลมมีมวลมากมันก็หาทางออกนั่นเอง

2.รู้ปีของยาง การรู้ปีที่ผลิต สำคัญมาก เพราะเมื่อยางเก่าใกล้เสื่อมสภาพ เราไม่ควรจะเติมลมแข็งมาก เพราะหน้าสัมผัสของชั้นความหนายางที่เหลือน้อยลงทำให้ เกิดความร้อนได้ง่ายขึ้นนั่นเอง วิธีการอ่านปีของยางนั้นก็ทำง่ายๆ เพียงมองหายตัวเลขบนยางที่อยู่ในวงกลม/วงรีแล้วแต่ยี่ห้อ ซึ่งจะมีตัวเลข 3-4 ตัว โดย 2 ตัวแรกจะเป็นสัปดาห์ที่ผลิต ส่วน 2 ตัวหลังจะเป็นปีที่ถูกผลิต อย่าง 5210 อันนี้ก็อ่านว่า ยางดังกล่าวถูกผลิตสัปดาห์ที่ 52 ปี 2010

3.หาที่วัดลมยางของตัวเอง เราไม่รู้หรอกว่าที่วัดลมยางอันไหนเที่ยงตรงที่สุด เพราะแต่ละปั้ม หรือร้านก็ใช้ที่วัดคนละตัว ดังนั้นคุณควรซื้อที่วัดลมยางส่วนตัวเอาไว้ และหยิบมาใช้เมื่อต้องการ

4.ลมแข็ง / อ่อน คุณตัดสินใจ หลายคนไม่แน่ใจว่าจะเติมลมแข็งลมอ่อน บ้างช่างว่า 35 ปอนด์ ก็ 35 ปอนด์อะไรแบบนั้น

การจะเติมลมแข็งลมอ่อนนั้น มีวิธีการตัดสินใจง่ายๆข้อเดียว คือลักษณะการขับขี่ของคุณ หากคุณเป็นพวกโลดโผนโจรทะยาน ต้องเติมลมแข็งเข้าว่า หลายคนถามว่าทำไม เพราะ ลมแข็งจะช่วยให้ยางแข็งช่วยให้ช่วงล่างแข็งขึ้นอีกเล็กน้อย และยังขยายหน้าสัมผัสยางดีขึ้นด้วยกลับกันถ้าคุณชอบความสบายควรเติมลมอ่อน การเติมลมอ่อนนี้ไม่ใช่ว่าจะอ่อนมาก แต่ต้องกำลังพอดี โดยประมาณให้มีแรงดัน 30 ปอนด์ขึ้นไป เพื่อให้หน้ายางไม่บดพื้นจนเกินโดยปกติ ประมาณสัก 32 ปอนด์ถือว่ากำลังดี การเติมลมอ่อนมีข้อดีที่รถคุณจะดูสบายไปเลย เพราะช่วงล่างทำงานหนักน้อยลง แต่คุณก็เสี่ยงกับการไม่เกาะถนนมากขึ้น เพราะยางอ่อนจะทำให้รถร่อนได้ง่าย โดยเฉพาะยามถนนลื่น ฉะนั้นต้องขับรถไม่ใช้ความเร็วสูง

ทั้งนี้คุณควรจะหมั่นตรวจสอบลมยางเป็นประจำ และควรทำทุกครั้งที่มีโอกาส อย่างน้อยเดือนละครั้ง ยังไงก็คิดเสียว่าชีวิตคุณขึ้นอยู่กับพวกมัน เรื่องลมยางจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญและมันเป็นอะไรที่คุณควรหมั่นตรวจสอบบ่อยด้วย โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ใช้รถอย่างตะบี้ตะบันไม่ได้ตรวจสอบกันเลย ทั้งนี้การเติมลมยางไม่ว่าแบบไหนก็ควรจะคิดพินิจตรึกตรองกันให้ดีๆ แต่ถ้าคุณไม่อยากตรวจสอบลมบ่อย ลมไนโตรเจน ก็เป็นทางออกที่ดีครับ
MKT Team
ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่า รถยนต์ใหม่ที่มีมากขึ้นในตลาดรถยนต์และราคาที่ถูกลง ไปจนถึงระยะผ่อนและดอกเบี้ยที่ถัวเฉลี่ยที่ 2.00% นั้น เป็นอะไรที่ดึงดูดลูกค้าอย่างมาก และทำให้ในปีที่ผ่านมานี้รถใหม่มีอัตราเติบโตสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ตลาดรถยนต์มือสองนั้นไปได้เรื่อยๆไม่หวือหวาอย่างที่ควรจะเป็น

การถีบตัวสูงขึ้นของผู้คนที่หันไปออกรถใหม่มากขึ้นนับว่าเป็นเรื่องที่ดี และทำให้บริษัทรถยนตืได้ประโยชน์เต็มๆ ทว่าในทางตรงข้ามของรถมือ 2 นั้น ก็ขายไปได้เรื่อยๆ และมีทีท่าว่ายอดขายจะค่อยๆทรุดลง จนในที่สุดถึงทางตันของตลาดรถยนต์มือสอง จากกลยุทธ์ของบรรดาค่ายผู้ผลิต ที่นับวันกระหน่ำโปรโมชั่น ทำให้ลูกค้าสนใจ จน มีถึงขนาดว่า ซื้อวันนี้ อีก 3 เดือนค่อยเริ่มผ่อนกันก็ยังมี

ตลาดแข่งขันที่ดุดเดือดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคนไทยเริ่มให้การยอมรับในระยนต์กลุ่มซับคอมแฑ้คหรือรถเล็กมากขึ้นนั้น ทำให้คลาดรถยนต์กลุ่มใหม่นี้ต่างคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาน่าคบหาตั้งแต่ 4 แสนกลางๆจนถึงมากที่สุดคือ 7 แสนบาท หรือถ้าคุณเบี้ยน้อยหอยน้อย ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะออกรถใหม่ไม่ได้ หากคุณไม่คิดมากถึงขนาดและความโก้ รถเล็กรักสิ่งแวดล้อมพันธุ์ประหยัดอย่า งอีโค่คาร์นั้น ก็สามารถให้คุณเป้นเจ้าของจากโรงงานได้ง่ายๆ ไม่ยากนัก

ข้อดีของการออกรถใหม่ในปัจจุบันนันมีมากมาย จนคุณอาจจะไม่อยากเชื่อ และแม้ว่าวันนี้ราคารถมือสองจะมีการกดราคาลงอีกเพื่อให้คนอยากที่จะมองพวกมากๆ ทว่า ข้อดีของการซื้อรถมือ 1 นั้นก็มีมากเช่นกันที่เราจะไปดูกันว่า ทำไม รถมือ 1 ในวันนี้ถึงน่าซื้อมากมายนัก

1.ออกง่าย คุณอยากมีหรือเปล่า แน่ล่ะใครๆก็อยากมี ถ้าคุณมีหลักฐานมั่นคง วันนี้ การดาวน์เริ่มต้นเพียง 5% นับว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมาก รถราคาเป็นล้าน แต่คุณแค่กำเงินไปประมาณ 50,000 บาท ก็สามารถออกรถได้ โดยที่ไม่ต้องคิดมาก การดาวน์ต่ำนั้นช่วยให้ออกรถง่าย แต่บางครั้งนั่นก้ยังไม่พอให้คนตัดสินใจซื้อรถ ทำให้ทุกวันนี้โปรโมชั่นต่างๆ ถูกเสนอขึ้นมาช่วยเป็นทางเลือกในการตัดสินใจ และอย่างน้อยๆมันก็มีประกันภัยชั้น 1 ที่พร้อมสรรพมาแล้ว

2.ดอกเบี้ยต่ำกว่ารถมือสอง คุณรู้หรือไม่ว่า รถมือสองนั้นแม้จะผ่อนต่ำกว่ารถใหม่ แต่มีอัตราดอกเบี้ยที่แพงกว่ามากเกือบครึ่งของรถใหม่ ปัจจุบันรถใหม่มีดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยที่ 2.00 % ในขณะที่รถมือสอง เริ่มต้นที่ 4.75 % สำหรับรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี และถ้ารถที่คุIจะซื้อมีอายุเกิน 15 ปี ไฟแนนซ์ก็ไม่รับจัด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง และที่สำคัญอีกประการ คือรถใหม่นั้นปัจจุบันผ่อนได้นานขึ้น แต่คุณก็ต้องมีดอกเบี้ยสูงตามไปด้วย

3.ประกันคุณภาพ การรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรนั้น ปัจจุบัน กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการขายรถยนต์ไปแล้ว เพราะการรับประกันนั้นช่วยให้ลูกค้ามั่นใจในตัวรถ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในบ้างส่วน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อมากขึ้น

4.การบริการหลังการขายที่ดีขึ้น ปัจจุบัน เราต้องยอมรับว่าการบริการหลังการขายของค่ายรถยนต์ต่างๆ นั้นดีขึ้นตามลำดับไม่ว่าจะยี่ห้อเล็ก ยี่ห้อใหญ่ คุณก็มั่นใจได้ว่า จะได้รับการบริการที่ดี แน่นอน นี่ทำให้คุณไม่ต้องไปผจญกับพวกช่างราคาถูก และไม่ปวดขมอง เพราะถ้ามีปัญหา ก้สามารถฟ้องร้องได้ตามขั้นตอนทางกฏหมาย

5. ไม่เสี่ยงกับรถไม่ได้คุณภาพ แน่นอน เราพูดแบบนี้อาจจะมีหลายคนไม่เห็นด้วย แต่เชื่อหรือไม่ว่า กว่า 70 % ของรถมือสองนั้น เป้นรถยนต์ที่ผ่านอุบัติเหตุหนักมาจนคุณ คงแทบไม่อยากจะทราบประวัติ และการซื้อรถใหม่นั้นลดการชั้จิตใจข้อนี้ได้ และหากมีปัญหาในระหว่างใช้งานคุณก็สามารถหันหน้าเข้าหาบริษัทได้

การซื้อรถใหม่นั้น ปัจจุบันมันเป็นทางออกที่ดีกว่าคุณคิด เพราะค่ายรถยนต์ต่างก็ขายสินค้าของตัวเอง และการที่มีการแข่งขันในตลาดรถยนต์สูงนั้น ทำให้เราในฐานะผู้บริโภคได้ประโยชน์ไปเต็มๆ

ที่มา www.sanook.com
MKT Team
แม้งานปลายปีอย่าง Motor Expo จะจบลงไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมยอดจองรถสุดแสนมหาศาลทำลายทุกสถิติตั้งแต่เคยจัดงานมา ทว่า ถ้าใครไปงานนี้แล้วยังตัดสินใจไม่ได้ในช่วงเวลาที่เหลือกอีก 15 วันนี้ คงเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่คุณควรจะคิดให้หนัก และรีบไปโชว์รูมหากคุณกำลังอยากจะออกรถคันใหม่

ถึงบริษัทลีสซิ่งกับการเลือกซื้อรถจะดุเหมือนคนละเรื่องเดียวกันนั้น ทว่าการออกมาประกาศตัวล่าสุดของบรรดาค่าย Leasing จะสร้างความกังวลให้คนที่กำลังมองรถในปีหน้าไม่น้อย เมื่อทางบริษัทนายหน้าค้าเงินต่างๆเตรียมปรับดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์ขึ้นไปอีกอย่างน้อย 0.1-0.2 %

นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ ธนาคารธนชาต หนึ่งในบริษัทรับจัดไฟแนนซ์ชั้นนำเปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2554 เชื่อว่าน่าจะมีการขยับดอกเบี้ยเช่นซื้อรถยนต์ขึ้นอีก 0.1-0.2% ที่เป็นไปตามปรับดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง. ที่เพิ่งประกาศปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดอีก 0.25%

"ทิศทางของดอกเบี้ยตอนนี้อยู่ในระหว่างขาขึ้นกันทุกเจ้า เพียงแค่รอให้ผ่านช่วงมอเตอร์เอ็กซ์โปไปก่อน เนื่องจากตอนนี้ต้นทุนทางการเงินต่างๆ นั้นเริ่มเพิ่มสูงขึ้น หลังจากมีการประกาศปรับขึ้นที่สูงขึ้น ดังนั้นช่วงนี้ถือเป็นจังหวะดอกเบี้ยต่ำที่สุดโอกาสสุดท้ายแล้ว"
ต้องรีบจริงๆครับ โดยเฉาพะใครที่กำลังตัดสินใจอยากจะมีรถใหญ่เป้นของตัวเอง ช่วงนี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก-มากที่สุด เพราะการขยับขึ้นดอกเบี้ย ย่อมทำให้ยอดผ่อนขึ้นตามไปอย่างแน่นอนและช่วยไม่ได้..ดังนั้นถ้าคิดได้แล้วไม่ควรรอช้าไปพบหน้าเซลล์เลย

ทาง นาย ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิส โก้ อีกหนึ่งสถาบันการเงินที่หันมาจับธุรกิจ เช่าซื้อรถยนต์ กล่าวว่า แนวโน้มของกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์นั้นคงจะต้องมีการปรับดอกเบียเพิ่มขึ้น 0.1-0.15% จากฐานเดิมที่อยู่ในช่วง 2.25-2.35% ที่เป้นผลมาจากต้นทุนทางการเงินที่มีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับคู่แข่งรายใหม่ๆที่เข้ามาทำตลาด

"ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกเบี้ยถูกส่งท้าย ก่อนที่จะปรับขึ้นในปีหน้า ทำให้ภาพรวมในตลาดรถใหม่ปีนี้มีการเติบดตสูง โดยเฉพาะกลุ่มรถเล็กและรถประหยัดพลังงานค่อนข้างมีมาก รวมถึงการจัดโปรโมชั่นที่โดนใจลูกค้าด้วย

ด้าน นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ปีหน้าดอกเบี้ยลีสซิ่งน่าจะมีการปรับขึ้น โดยคาดว่าปีหน้าดอกเบี้ยจะมาแข่งขันในกรอบ 2.0-2.5%

นี่เป็นกระแสที่สำคัญมากสำหรับใครที่กำลังอยากจะซื้อรถใหม่ เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่มันเป็นช่วงเวลาดีๆ นาทีทองของคุณในการซื้อรถยนต์คันใหม่ มาขับเล่นเที่ยวช่วงปีใหม่ ที่แม้ดอกเบียอาจจะขยับ เพียง 0.1-0.2% แต่ลองคิดเล่นๆว่า 100 = 20 สตางค์ แล้วรถราคาเป็นแสนเป็นล้านคุณจะประหยัดได้อีกเท่าไร
MKT Team
เรื่องของหลักการขับรถ ในทางโค้งที่ถูกต้องและปลอดภัย

ลักษณะของการหลุดโค้ง ก็จะมีอยู่สองแบบ คือ การหลุดโค้งไปทางซ้าย-หลุดโค้ง
ไปทางขวา เพราะการหักเลี้ยวในมุมที่มากกว่าปกติ ถ้าเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ก็
จะทำให้ท้ายรถสะบัดออกไปชนแผงกั้นถนน หรือไม่ดีตัวรถนั้นก็พุ่งออกนอกโค้งไป
เลย ดังที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ และการบังคับพวงมาลัย จะต้องสัมพันธ์กับความเร็ว มี
การจับที่กระชับ ถนัดมือ ถ้าจับพวงมาลัยด้วยความเกร็ง หรือแน่นเกินไปก็จะทำให้
บังคับเลี้ยวได้ไม่ดีนัก หรือถ้าผ่อนเกินไปก็ไม่สามารถควบคุมแรงเหวี่ยงของรถได้
เหมือนกัน ส่วนความเร็วที่พอเหมาะกับการเข้าโค้งนั้นก็สำคัญเช่นกัน จึงมีสูตรที่
นักขับขี่ เรียกกันติดปากว่า การเข้าโค้งนั้นจะต้อง “เข้าให้ช้า - ออกให้เร็ว”

การเข้าให้ช้า นั้นก็คือ ขณะที่เรากำลังจะเข้าโค้งนั้น ทัศนวิสัยของเราจะต้องเห็น
ถึงปลายโค้ง และประเมินเอาว่า โค้งนี้น่าที่จะใช้ความเร็วเท่าใดจึงจะเหมาะสมและ
ปลอดภัย แต่บางครั้งก็มีโค้งบอด ซึ่งมองไม่เห็นทางข้างหน้า ก็ต้องใช้ความระมัด
ระวังเป็นพิเศษ หรือบางครั้ง เสา A (A Pillar) ของโครงรถเรา ก็มักบดบังทัศนวิสัย
ในการเข้าโค้งของเราเสียเอง แนะนำว่า ให้เราปรับการมองโดยอาศัยการมองโค้ง
ผ่านทางกระจกข้าง จะช่วยได้เยอะครับ หลังจาก ประเมินลักษณะโค้งแล้ว จากนั้น
ให้ลดความเร็วลง สมมุติว่าโค้งนี้น่าจะใช้ความเร็วไม่เกิน 40 กม/ชม ก็ให้แตะเบรก
และลดความเร็วเหลือ 40 จริงๆถ้ายังขับอยู่ที่เกียร์ 4 ก็ให้มาอยู่เกียร์ 3 หรือ 2 แทน
จากนั้นบังคับรถให้วิ่งอยู่ในเลนของตนเองครับ

ซึ่งระหว่างที่อยู่ในโค้ง ก็อย่าพยายามเร่งคันเร่ง เพราะอาจจะทำให้รถเสียหลักเสีย
การควบคุมได้ จนหลุดโค้ง หรืออาจพลิกคว่ำได้ครับ หรือหากมีป้ายบังคับความเร็ว
ของกรมทางหลวงติดเอาไว้ก่อนถึงโค้งถ้าป้ายจำกัดไว้ที่ 40 กม/ชม ก็ขอให้ปฏิบัติ
ตามจะดีกว่าครับ

การออกให้เร็ว จะเกิดหลังจากที่เรากำลังจะออกโค้งสู่ทางตรงแล้ว ก็ให้เพิ่มอัตรา
ความเร็วรอบสูงสุด หรือเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นตามลำดับ รถก็จะออกโค้งสู่ทางตรงได้
อย่างปลอดภัยครับ อีกทั้งให้ระวังรถที่วิ่งเข้ามาในเลนสวนและอย่าขับรถไปในเลน
สวนนั้น เพราะว่ารถที่สวนทางมาไม่สามารถมองเห็นรถที่วิ่งไปได้ ซึ่งทำให้เกิดการ
ชนประสานงาได้

ยิ่งในช่วงหน้าฝน มักมีอุบัติเหตุตามโค้งให้เห็นอยู่ตลอดเวลา ผู้ขับขี่จึงต้อง
ระมัดระวังมากเป็นพิเศษครับ การเข้าให้ช้า ออกให้เร็ว เป็นหลักการที่นายทีก็ยังใช้
อยู่ทุกวัน ซึ่งถ้าบวกกับความระมัดระวังในการควบคุมรถ และก็ไม่ขับขี่ด้วยความคึก
คะนองด้วยเนี่ย จะเป็นเกราะป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างดีทีเดียวครับ
MKT Team
มีวงเลี้ยวที่ผิดปกติ - ถ้าปกติเวลาจะเลี้ยวรถตามโค้งต่างๆ รถก็มักจะอยู่ในเลนส์
เสมอๆ แต่ถ้าคุณเจอใครที่มีวงกว้าง ที่แคบ-กว้างเกินปกติหรือดูยังไงคนเพิ่งหัดขับ
ก็น่าจะเลี้ยวได้ดีกว่านี้ล่ะก็ นั่นคือสัญญาณแรก

ขับรถคร่อมเลนตลอดเวลา - แปลกนะครับ แค่เลนถนนนั้นก็มีความกว้างพอที่รถ
คันหนึ่งจะขับได้อยู่แล้ว ถ้าเห็นคนขับคร่อมถนนอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ ลองบีบแตร
เตือน ให้เค้ารู้สึกตัวหน่อยก็ดีครับ

เบรกเอี๊ยด – จู่ๆ พี่แกก็นั้นเบรกรถกะทันหัน โดยไม่มีสาเหตุครับ เพราะถนนก็โล่ง
สุนัขก็ไม่ได้วิ่งตัดหน้า เรียกว่าทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังว่างั้นเถอะ

เลี้ยวรถกระทันหัน - อยู่ดีดีจะเลี้ยวก็เลี้ยว ไม่มีท่าทีที่รถชะลอ อาจทำให้รถปัดจน
เกิดอุบัติเหตุได้ เอาแน่เอานอนไม่ได้แบบนี้ เมาชัวร์!!

ขับเร็วและหวาดเสียวมาก - บางคนเมาแล้วเท้าหนักครับ และเหยียบคันเร่งหนัก
และบังคับพวงมาลัยฉวัดเฉวียนโดยไม่รู้ตัว เพราะว่าบางที ภาพที่คนเมาเห็น จะยัง
เห็นว่ารถนั้นวิ่งช้าอยู่ และตนเองนั้นก็ยังขับดีอยู่ ซึ่งจะเป็นสาเหตุหลักของการเกิด
อุบัติเหตุเลยครับ

ตอบสนองต่อไฟจราจรช้า - เอาง่ายๆว่าไฟเขียวจนจะแดงอีกรอบแล้วก็ยังคงนิ่ง
อยู่ที่เดิม บีบแตรก็แล้ว ยังไม่ไป ประเภทนี้ออกแนวหลับมากกว่าครับ

ขับรถสวนเลน - อันนี้ก็อันตรายมากครับ แน่นอนเลยว่าไม่มีคนปกติที่ไหนกล้าทำ
แบบนี้แน่ ขับแบบนี้จะเมาหรือคึกคะนอง ก็ต้องหลีกเลี่ยงเลยครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก พวกเราชาวบัสส์ ครับผม